เม็ดฟองฟู่ วิตามิน เม็ดฟู่ เหมาะสมกับคนไหนบ้าง

เม็ดฟองฟู่ วิตามินเม็ดฟู่คนที่เกลียดทานวิตามินแบบเม็ด-แคปซูลเพราะเหตุว่าตอนเด็กหลายคนอาจฝังใจกับยาเม็ดที่มักมีรสขม ส่งผลให้อาจกลับกลายเป็นคนที่รังเกียจทานยาแบบเม็ดไป อีกหนึ่งกลุ่มก็คือ คนที่มีข้อขัดข้องกับการทานยาเม็ดหรือแคปซูลขนาดใหญ่ เนื่องจากคงกลัวว่าจะติดคอ หรือกลืนลำบาก นั่นจึงทำให้การทานวิตามินแบบ เม็ดฟู่ แปรเปลี่ยนเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กับคนทั้ง 2 หมู่มากยิ่งกว่า

เม็ดฟองฟู่

 

 

ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมบางคนคงจะมีปัญหาเกี่ยวกับการชมดซึม เม็ดฟองฟู่ สารอาหาร ส่งผลให้มิได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะทานอาหารหรือยาเม็ดได้ทั่วไป ส่วนมากพบบ่อยในกลุ่มคนที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง ท้องผูก หรือ หมู่ผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้ได้รับวิตามินที่พอเพียงต่อร่างกาย จำเป็นที่จะต้องทานวิตามินแบบเม็ดฟู่ มากยิ่งกว่าการทานวิตามินแบบเม็ดปกติ

ผู้ที่ต้องการลองรับประทานวิตามินไม่ซ้ำใคร ๆ

เนื่องด้วยเมื่อใส่น้ำแล้วจะมีฟองฟู่ขึ้นมา ส่งผลให้การทานวิตามินดูมีสีสันเพิ่มมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการทดสอบรับประทานวิตามินไม่เหมือนเดิม ๆ โดยจะผสมกับน้ำเปล่าหรือกับน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน เพราะว่าไม่เป็นผลอะไร แต่ช่วงดื่มจะต้องรอให้ฟองละลายหมดก่อน ถึงจะดื่มได้แคลเซียมสามารถแยกแยะได้เป็น 2 จำพวกใหญ่ ๆคือ

แคลเซียมอนินทรีย์ อย่างเช่น แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมคลอไรด แคลเซียมอินทรีย์ ดังเช่นว่า แคลเซียมซิเตรต แคลเซียมฟอสเฟต แคลเซียมแล็กเตต แคลเซียมคีเลต ไบโอแคลเซียม แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต ซึ่งปริมาณแคลเซียมและการดูดซึมของแคลเซียมต่างรูปเช่นนั้นแตกต่างกัน

จำนวนแคลเซียมในต้นแบบต่าง ๆแคลเซียมที่มีซื้อขายอยู่ในท้องตลาดจะมีหลายๆเวอร์ชั่นทั้งแบบที่เป็นเม็ดฟู่ จำพวกเม็ด และชนิดแคปซูล โดยอยู่ภายในภาพของเกลือของแคลเซียมจำพวกต่าง ๆ เป็นต้นว่า แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate), แคลเซียมซิเตรต (calcium citrate), ไตรแคลเซียมฟอสเฟต (tricalcium phosphate), แคลเซียมกลูโคเนต (calcium gluconate) และแคลเซียมแล็กเตต (calcium lactate) เป็นต้น เกลือของแคลเซียมแต่ละจำพวกจะให้จำนวนแคลเซียมไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว

แคลเซียมคาร์บอเนตจะให้แคลเซียมร้อยละ 40ไตรแคลเซียมฟอสเฟตจะให้แคลเซียมร้อยละ 38แคลเซียมซิเตรตจะให้แคลเซียมร้อยละ 21แคลเซียมแล็กเตตจะให้แคลเซียมร้อยละ 13แคลเซียมกลูโคเนตจะให้แคลเซียมร้อยละ 9ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นหมายถึง หากรับประทานแคลเซียมคาร์บอเนต 500 มิลลิกรัม จำนวน 1 เม็ด ร่างกายของเราจะได้รับแคลเซียมเป็นปริมาณ 200 มิลลิกรัม

(หรือร้อยละ 40 ของ 500 มิลลิกรัม) แต่ถ้ารับประทานแคลเซียมกลูโคเนต 500 มิลลิกรัม ร่างกายของเราจะได้รับแคลเซียมเพียง 4.5 มิลลิกรัม (หรือร้อยละ 9 ของ 500 มิลลิกรัม) เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าว การเฟ้นใช้สินค้าแคลเซียมควรต้องพิจารณาถึงเกลือของแคลเซียมว่าเป็นเกลือประเภทใดด้วย เพราะเหตุว่าเกลือของแคลเซียมแต่ละจำพวกให้แคลเซียมในปริมาณที่ไม่เหมือนกันวิตามินบี 7

วิตามินบี 7 หรือที่ผู้คนจำนวนมากเคยชินในชื่อ ไบโอติน (Biotin) จัดเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนสำหรับในการบำรุงสุขภาพและร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเล็บ เส้นผม ผิวหนัง ดวงตา และความคิดหรือส่วนที่ใช้ในการคิด อีกอีกทั้งที่มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการเจริญโตขึ้นของทารกในครรภ์ ไบโอตินนั้นพบบ่อยได้จากอาหารอย่างไข่แดง ตับ ไต ถั่วลิสง อัลมอนด์ ถั่วเหลือง ดอกกะหล่ำ หรือกล้วย

วิตามินบี 9วิตามินบี 9 หรือ โฟเลท (Folate) เป็นสารอาหารที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดในคนที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะว่าโฟเลทมีส่วนช่วยสำหรับในการเสริมสร้างความก้าวหน้าของทารกในครรภ์ คุณแม่ที่ได้รับโฟเลทอย่าง

พอเพียงอาจลดเหตุที่ไม่คาดฝันของความไม่ถูกทั่วไปของทารกในเวลาตั้งครรภ์ สำหรับคนส่วนใหญ่ก็เป็นสารอาหารที่ต้องมีให้ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าช่วยเพิ่มอีกการผลิตเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดสว่าง จึงนำมาซึ่งการทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นและลดความเหนื่อยล้าจากภาวะโลหิตจาง โดยโฟเลทสามารถเจอได้ในตับ ถั่ว ไข่ มะละกอ กล้วย อะโวคาโด ผักใบเขียวอย่างผักปวยเล้งและบรอกโคลี

วิตามินบี 12วิตามินบี 12 หรือโคบาลามีน (Cobalamin) มีส่วนช่วย เม็ดฟองฟู่ สำหรับการลดความเสี่ยงด้านอุปสรรคสุขรูปต่าง ๆ ดังเช่นว่า ภาวะเลือดจาง ภาวะผิดทั่วไปเวลาตั้งครรภ์ โรคสมองเสื่อม และภาวะไม่ถูกปกติทางอารมณ์ โดยโคบาลามีนนั้นมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง อีกทั้งยังทำปฏิกิริยากับสารสื่อประสาทที่ส่งผลกระทบอารมณ์ในทางที่ดียิ่งขึ้น

โดยพบได้บ่อยในอาหารจำพวกไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ปลา นม โยเกิร์ต หรือชีสกินวิตามินซีจำนวนเท่าใดถึงพอเพียง : ในทุกวันพวกเราควรได้รับวิตามินซี แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 500 มก. เพื่อที่จะให้ร่างกายชมดซึมไปใช้ได้ดิบได้ดี สามารถรับได้วันละ 2 ครั้ง ดังเช่นว่า เช้า-เย็น รวมไม่เกินวันละ 1,000 มก. อย่างไรก็แล้วแต่ เว็บด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในอเมริกา ดังเช่น healthline.com ชี้แนะในจำนวนไม่เท่ากัน ขึ้นกับน้ำหนักตัว อายุ เพศ และสภาพร่างกาย โดยปกติบอกต่อเพศชายวัยผู้ใหญ่ วันละ 90 มก. เพศหญิง 75 มก. และไม่ควรเกินวันละ 2,000 มก.

ชาวพระอาทิตย์ตกอาจคิดว่า ทั่วไปคนพวกเรากินวิตามินซีได้จากอาหารอยู่แล้ว (ชาวต่างชาติยุคนี้กินวีแกนและกินผักไม่น้อยกว่าคนเอเชีย) และหาความเข้าใจสารอาหาร เพื่อเพิ่มเติมอีกวิตามินแร่ธาตุที่ร่างกายควรจะเป็น โดยคำนวณคร่าว ๆ ไม่ถึงกับจึงควรชั่งตวงวัด หากเป็นคนไทยก็บอกกันว่าให้ กินปลาเป็นพื้น กินผักเป็นหลัก คือว่ามุ่งเน้นสัดส่วนสารอาหารสำคัญจากผักผลไม้ เพราะเหตุว่าคือแหล่งของวิตามินซี วิตามินประเภทอื่น ๆ และแร่ธาตุขาดไม่ได้ที่ร่างกายต้องการสารสกัด น้ำผึ้ง

อุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มและยังยืดหยุ่นช่วยบำรุงผิว และไม่ระคายเคืองผิว ช่วยคุ้มครองปกป้องผิวจากแสง UV ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ มีคุณสมบัติด้านจุลินทรีย์ ยับยั้งแบคทีเรียป้องกันการเกิดสิว จุดด่างดำ ให้ผิวหน้า แลดูอ่อนกว่าวัย

สารสกัดมะละกอช่วยกระตุ้นการเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ค่อยๆ หลุดออกอย่างอ่อนโยน เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตทำให้ผิวมีสุขรูปดี รักษาสิวคุ้มครองผิวจากการถูกแดดเผาแทรกซึมไปสู่ผิวได้ลึกว่ากรดน้ำนมถึง 5 เท่า ช่วยให้ผิวสว่างใส สุขรูปดี สดใส ทำให้แผลเป็นที่ผิวค่อยๆ สมานและจางลง เนียนเรียบขึ้น

สารสกัดแครอทยับยั้งการสร้างและจัดทำขึ้นเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง

ลดการอักเสบและการบวมแดงที่เกิดขึ้นจากการอักเสบบนผิวหนัง ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่อ่อนแอให้มีสุขภาพดีและแข็งแรงมากขึ้นสารสกัดจากกระเทียม (Garlic Extract)กระเทียมเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะ อยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม เป็นเครื่องเทศและสมุนไพร

ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายๆชนิด ถูกนำมาใช้เป็นยามายาวนานกว่า 1,000 ปีกลิ่นฉุนของกระเทียมมาจากสารอัลลิซิน (Allicin) เป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีสาระต่อร่างกายมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและนำมาซึ่งการทำให้ระดับความดันโลหิตลดลง ช่วยปรับสมดุลความดันเลือดในร่างกายด้วยคุณลักษณะสะดุดตาสำหรับการลดคอเลสเตอรอลในเลือด และเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียม (Selenium) สูงยิ่งกว่าพืชจำพวกอื่นๆ

มีอาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์สารสกัดพลูคาว (Houttuynia Cordata Extract)
พลูคาวเป็นสมุนไพรพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมในแถบเอเชียดวงอาทิตย์ออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนาน เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 15-30 ซม. ลำต้นกลม สีเขียว รากแตกออกตามข้อ มีกลิ่นคาวทั้งต้น ใบ ในประเทศไทยมักพบได้ทั่วไปในภาคเหนือ เป็นผักที่ไม่มีน้ำตาล และมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขรูป

พลูคาว มีสารคลุกเคล้ากันฟีนอลที่มีสาระต่อร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นต้นว่า สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) อัลคาลอยด์ (Alkaloid) และสารเควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งคงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และน้ำมันหอมระเหยจากพลูคาว

มีกลไกการออกฤทธิ์ราวกับยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAIDs สารสกัดที่ เม็ดฟองฟู่ กล่าวถึงข้างต้น นั้นเรามักจะเห็นได้ชัดในผลิตภัณฑ์สารอาหารที่มากมาย แต่ถ้าเกิดตามท้องตลาดก็น่าจะยาก โดยเหตุนี้หากจะเป็นต่อกว่ามั๊ยหากมีไอเท็มดีๆ ที่สะสม 5 สารสกัดเอาไว้ภายใน1เดียว อินเตอร์ ฟาร์มา นำเสนอ Wonder Fit สินค้าที่สามารถจะช่วยดูแลสุขรูปของสาวๆ ช่วยเสริมภูมิคุ้มค่ากัน แก้เจ็บประจำเดือน

ช่วยบังคับการรอบเดือนให้เป็นธรรมดา ส่งผลให้เลือดลมดี ถือว่าเป็นไอเท็มดีๆ ที่เหมาะสำหรับสาวออฟฟิศ ที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย และนั่งอยู่หน้าจอยาวนานๆ เรียกว่าเป็นเกราะคุ้มครองปกป้องออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างดี มากไปกว่านั้น ผู้หญิงวัยทอง ก่อน หรือ ข้างหลัง หมดประจำเดือน ก็สามารถรับประทานได้

ekonomisyariat

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...